TR Transformer Plus4
28 กรกฎาคม 2014 11:24:59 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ++ Fanpage  ของเรา :: http://www.facebook.com/MotoringThailand
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: TR Transformer Plus4  (อ่าน 906 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
New-Motoring
2.4 Hybrid
*****

cc2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 100
กระทู้: 2461


อีเมล์
« เมื่อ: 08 กันยายน 2013 12:20:17 »

Permalink: TR Transformer Plus4
“ค่ายรถทุกวันนี้มีปิกอัพดัดแปลงเป็นของตัวเอง ไหนจะผลิตเพื่อขายในประเทศและส่งออก ดังนั้นการที่เราทำรถแบรนด์ทีอาร์ โดยต้องพึ่งพาชิ้นส่วนจากพวกเขาจึงลำบากมากขึ้น ซึ่งพวกเขาไม่ได้กีดกัน แต่ก็ไม่ได้สนับสนุน”

นั่นเป็นคำกล่าวของ “สมพงษ์ เผอิญโชค” นายใหญ่ของ“ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์” ที่พูดถึงธุรกิจการทำรถปิกอัพดัดแปลงแบรนด์ “ทีอาร์” (TR) ที่วันนี้มีต้นทุนการผลิตเพิ่ม เพราะต้องซื้อปิกอัพแบบสำเร็จรูปทั้งคันมาถอดโครงตัวถังออกแล้วขึ้นรูปใหม่ ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ได้ “วินด์ชิลด์” หรือโครงสร้างพื้นฐาน แชสซีส์ เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน หัวเก๋ง(มีแค่เสาร์เอ-พิลลาร์) มาทำ

“ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ พลัส4” (TR Transformer Plus4) เป็นผลผลิตล่าสุดของตระกูลไทยรุ่ง ที่ใช้ “โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้” ตัวถังดับเบิ้ลแค็บ รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ มายกโครงตัวถังเดิมออกไป แล้วตีตัวถังขึ้นมาใหม่ในแบบที่เห็นตามรูป (บอดี้ออนเฟรม)



รูปลักษณ์ออกแนวสมบุกสมบันตามสไตล์ ฮัมเมอร์ ฮัมวี่ ของสหรัฐอเมริกานั่นละครับ ซึ่งจริงๆแล้วไทยรุ่งเริ่มแนวคิดจากการทำเป็นรถทหารรุ่น MUV4หวังผลิตป้อนกองทัพ จากนั้นก็ต่อยอดมาเป็นรถแบบ“พับลิก ยูสต์” (Public Use) รุ่น “ทรานส์ฟอร์เมอร์”

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อสองปีก่อนผู้เขียนเคยทดสอบ “ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์” (ไม่มี พลัส4 ต่อท้าย) ซึ่งเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา ตัวถังเป็นหลังคาแข็งยาวในสไตล์เอสยูวี แต่สำหรับรุ่น “ทรานส์ฟอร์เมอร์ พลัส4” โมเดลปี 2013 เป็นเกียร์อัตโนมัติ แถมด้านท้ายยังปล่อยให้เป็นกระบะเปิดโล่ง

สาเหตุที่ต้องทำเป็นกระบะเปิดโล่ง เพราะถ้าทำเป็นหลังคาแข็งเต็มคันแบบเอสยูวี ไทยรุ่งจะต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตเพิ่มเป็น 20% ในอัตรารถ PPV อันจะส่งผลให้ราคาขายโดดเด้งขึ้นไปมากกว่านี้ โดย“ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ พลัส4” เกียร์อัตโนมัติ ราคาอยู่ที่ 1.59 ล้านบาท ส่วนรุ่น “ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์” (ตัวถังเอสยูวี) เกียร์ธรรมดา 1.485 ล้านบาท



สำหรับสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 1KD-FTV ขนาด3.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาลว์ เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-3,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (จริงๆโตโยต้ามีรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด) เมื่อมาประจำการกับตัวถังใหม่ ที่น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นกว่า 200 กิโลกรัม แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาในการขับขี่ เพราะรถยังเร่งดี แรงฉลุย

พละกำลังถูกปลดปล่อยออกมาแบบเนียนๆ เกียร์อัตโนมัติส่งกำลังได้นุ่มนวลต่อเนื่อง การโยกเปลี่ยนเกียร์แบบขั้นบันไดทำได้แน่นและแม่นยำ บางจังหวะหวังใช้เอนจินเบรกในช่วงลงเนินเข้าโค้ง แค่ผลักคันเกียร์เข้าหาตัวมาที่ D-3 ช่วยให้ความมั่นใจมากขึ้น

ด้านพวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี ควบคุมสบาย แต่ถ้าขับความเร็วสูงต้องเพิ่มสมาธิขึ้นมาอีกหน่อย ส่วนหนึ่งเพราะตัวรถยกสูงและโครงสร้างของช่วงล่างที่ไม่ได้ปรับแต่งอะไร ดังนั้นเวลาขับขี่จึงรับรู้ถึงอาการเด้งและโยกคลอนเมื่อใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. เช่นเดียวกับเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม พร้อมระบบปรับแรงดันน้ำมันเบรก ที่น้ำหนักการกดแป้นเบรกเบาลึก การตอบสนองมีหวิวหวั่น คาดการระยะเบรกลำบาก



ผู้เขียนเข้าใจว่าการที่ไทยรุ่งไม่ได้ปรับแต่งในส่วนของระบบขับเคลื่อนและช่วงล่าง เพราะถ้าทำอาจจะมีผลกับการรับประกันจากโรงงานโตโยต้า 3ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร กล่าวคือคนซื้อ “ทรานส์ฟอร์เมอร์ พลัส4” ไปแล้ว ยังสามารถเข้าศูนย์บริการโตโยต้าได้เหมือนเดิมครับ(ไม่เกี่ยวกับตัวถัง)

อย่างไรก็ตามเรื่องเก็บงาน การประกอบต้องบอกว่า ทำได้ตามมาตรฐานของไทยรุ่งและดีกว่าทรานส์ฟอร์เมอร์รุ่นแรกที่ผู้เขียนเคยลองขับ ทั้งเรื่องความเรียบของตัวถังและรอยต่อที่คมชิด ส่วนการซีลยางตามขอบกระจก บานประตู เนียนพอสมควร เช่นเดียวกับเสียงเปิด-ปิดบานประตูก็“แน่น กริ๊ป ”

ด้านกระบะท้ายรองรับการบรรทุกได้อเนกประสงค์ แถมไทยรุ่งทำเท่ด้วยการปรับพื้นให้เป็นที่นั่งทั้งสองด้าน เห็นว่าเผื่อผู้โดยสารต้องการลุยวิถีแบบซาฟารี ดูนกชมไม้ สร้างอรรถรสการเดินทางใหม่ๆ ที่สำคัญยังมีหลังคาแข็งแบบถอดประกอบเข้า-ออกได้ตามความต้องการอีกด้วย

ส่วนฝากระบะด้านท้ายออกแบบให้ดึงเปิด-ปิดออกทางด้านข้าง(แบบประตู) แถมมีกันชน(บันได)รองรับอยู่ด้านล่าง ให้ความสะดวกในการขึ้นลงพอสมควร แต่กระนั้นการออกแบบลักษณะนี้อาจจะขนของขึ้นลงไม่สะดวกเมื่อเทียบกับฝากระบะทั่วไป(เปิดขึ้น-ลง)

ขณะเดียวกัน“ทรานส์ฟอร์เมอร์ พลัส4” ยังฝังกล้องมองหลังช่วยในการถอยจอด สะท้อนภาพมายังหน้าจอสีขนาด 6.1 นิ้วบริเวณคอนโซลหน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ปิดท้ายด้วยอัตราบริโภคน้ำมันกับเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรที่แบกน้ำหนักตัวมากขึ้นเป็น 2,150 กิโลกรัม กับการขับทางไกลใช้ความเร็วประมาณ 100-120 กม./ชม. สุดท้ายยังได้ตัวเลขระดับ 9-10 กม./ลิตร

ใครชื่นชมรถสไตล์“ฮัมเมอร์” แต่เงินไม่ถึง (4-5 ล้านบาท) “ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์” ถือเป็นทางเลือกฝีมือคนไทยที่น่าสนใจ ตัวรถมีความโดดเด่น สะดุดทุกสายตา การเก็บรายละเอียดดีกว่ารุ่นแรกที่เคยขับเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนสมรรถนะเครื่องยนต์ พร้อมระบบขับเคลื่อน4 ล้อ ลุยฟ้า ฝ่าทางสมบุมสมบันได้สบาย แต่ถ้าขับทางดำถนนดีบนความเร็งสูง อาจจะไม่มั่นใจกับตัวถังที่เด้งโยน และการตอบสนองของเบรกยังต้องปรับปรุง



ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
บันทึกการเข้า



หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

สนับสนุนโดย SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Google visited last this page 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Powered by Motor Thailand